???????
????????
???????
 
คน...พอเพียง
ตอนที่ 1 - คนพอเพียง
ตอนที่ 2 - ภูมิปัญญาชาวบ้าน
ตอนที่ 3 - การนิกะห์เป็นซุนนะฮ์
ตอนสุดท้าย - โต๊ะและแช...สอนหลาน
 
 
 
#1
 
 

คน...พอเพียง
ตอนสุดท้าย เรื่อง
โต๊ะและแช...สอนหลาน
เขียนโดย เศรษฐี สกุลดี

โต๊ะอีหม่ามกับภรรยาและมะซำซูที่มาส่งลูกสาวลงเรือนไปแล้ว แชคว้าไมโครโฟนขึ้นมาลองเสียง “ ฮัลโหล...หนึ่งสอง...
หนึ่งสอง
พอรู้ว่ามีเสียงดังตามปกติดีก็เริ่มพูดขึ้นว่า “ บิสมิลลาหิรเราะห์มานิรเราะหี้ม อัลหั้มดูลิลลาร็อบบิลอาลามีน
อัสลามูอา ลัยกุม...วเราะห์มาตุลลอฮิว่าบารอกาตุอ์ “
ท่านเจ้าบ่าวเจ้าสาวและพี่น้องทั้งหลาย” เสียงของแชทำให้ทุกคน
ในที่นั้นมองหาที่มาของเสียงเป็นจุดเดียวกัน ต่างพากันแปลกใจว่าวันนี้แชนึกสนุกอะไร....จึงขึ้นพูดปราศรัยโดยที่ไม่มี
ใครขอร้อง ส่วนโต๊ะผู้เป็นภรรยาก็คอยเอาใจช่วยด้วยความเป็นห่วง กลัวแชจะปล่อยไก่ให้อายเขา จึงจ้องมองอย่างไม
่กระพริบตา

เสียงของแชยังคงดังต่อไป “ วันนี้เป็นวันแต่งงานของหลานของฉัน ก็เลยขอสั่งเสียสั่งสอนกับหลานสักครั้ง...
ฉันนั้นไม่เคยพูดไมโครโฟนมาก่อนเลย ถ้าบกพร่องพลั้งไปก็ขออภัยเถอะนะ...อ้ายหลานคนนี้มันเรียกฉันว่าแช...
ความจริงนั้นฉันเป็นน้องเยาะห์มัน เมื่อตอนฉันเป็นเด็กเพื่อน ๆ ล้อฉันว่าแช มันติดปากกันมาทั้งหมู่บ้าน หลานมันจึง
เรียกฉันว่าแชไปด้วย”

วันนี้หลานได้นิกะห์ ได้พบคู่ชีวิต ได้เป็นฝั่งเป็นฝาหมดห่วงใยกันไปที....หลานมันเป็นคนโชคดีที่ได้เมียสวยและเป็นคนดี
มีอีหม่าน กว่าที่หลานจะมีคู่ได้ก็นับว่ายากหนักหนา แต่จะให้ครองรักสมัครสมานกันไปตลอดชีวิตนั้นยิ่งยากมากกว่า
แชก็คนมีความรู้แค่ขึ้นป. 6 ตกป. 5 ราว ๆ นั้น ครูมะมูมมันเป็นหลาน จึงอยากแนะนำมันบ้าง นึกอะไรได้ก็ขอตักเตือน
ตามภาษาคนรักใคร่ห่วงใยกัน”

แชหยุดพูดเหลียวไปมองรอบ ๆ ห้อง เห็นสายตาจ้องมาเป็นตาเดียวกันก็ยิ่งประหม่าขึ้นอีกพูดตะกุกตะกักต่อไปว่า
“ ที่สำคัญในการใช้ชีวิตคู่คือ ต้องระวังเรื่องทะเลาะกัน อย่าให้มีครั้งแรกเกิดขึ้น...มันสำคัญที่ครั้งแรก เมื่อทะเลาะกัน
ครั้งแรกได้ครั้งต่อ ๆ ไปก็จะตามมา ถ้าคู่ไหนชอบทะเลาะกัน แม้แต่เรื่องเล็กน้อยก็ไม่อภัยให้กัน เขาก็จะเป็นคู่ทะเลาะกัน
อย่างไม่อายใครไปจนตลอดชีวิต แต่ว่าเขาไม่ได้หรอก เพราะบางคู่เขามีความสุขกับการทะเลาะกัน ยิ่งทะเลาะกันบ่อยยิ่ง
มีลูกถี่ตามกันมาเป็นแถว ข้อต่อไปที่ต้องระวังก็คือ “ อย่าชิงสุกก่อนห่าม”
พอแชพูดจบ...โต๊ะก็ค้านเสียงหลงว่า
“ อะไรกันแช...มันแต่งงานกันแล้วนะ ชิงสุกก่อนห่ามนั้นเขาพูดกับคนที่ยังไม่แต่งงานกัน”

แชพูดโต้ตอบกับโต๊ะด้วยไมโครโฟนที่ถืออยู่ในมือว่า “ เออน่ะ...ซายอรู้แล้วละ....แต่ซายอจะสอนหลานเรื่องครองคู่สู่สมนี่มัน
สอนยาก มันต้องพูดเหมือนลำตัดสองง่ามสองกลอนต้องหลบเลี่ยงถ้อยคำระคายหู ถ้าผู้ชายสุกไปแล้วแต่ผู้หญิงยังไม่
ทันห่าม...อย่างนี้ต้องระวัง คู่ไหนก็คู่นั้นอยู่กันไม่ยืดหรอก จะพูดให้ละเอียดนักก็ไม่ดี...มันเป็นเรื่องภายในของเขาให้เขา
เรียนรู้กันเองบ้าง จำไว้คิดก็แล้วกันว่าจะทำอย่างไร ให้ประตูสวรรค์เปิดรับเราพร้อมกันทั้งสองคน หรืออีกอย่างหนึ่งที่ว่า
“ กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ แบบนี้เจ้าสาวต้องระวัง ถั่วมันสุกช้า...งามันสุกเร็ว เจ้าสาวต้องหวานอมขมกลืนบ้างเหมือนกัน
แต่ถ้าสนใจเรียนรู้กันไปก็จะปรับตัวเข้าหากันได้ไม่ยาก”
แชชักพูดตะกุกตะกักเพราะนึกไม่ทัน โต๊ะเห็นท่าไม่ดีจึงรีบลุกขึ้นเดิน
ไปหาแชแล้วพูดว่า “ เอาไมค์มานี่...ให้ฉันพูดเอง ฟังแชพูดมันเสียวชอบกลเรื่องมั นวนเวียนอยู่บนเตียงนอน อยู่นั่นเอง ”

แล้วโต๊ะก็สอนหลานต่อไปว่า “ เราเป็นผัวเมียกัน ต้องรู้จักแบ่งหน้าที่กันให้ถูกต้องตามประเพณีนิยม คือผัวต้องออกไป
ทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว เมียต้องฝ้าบ้านดูแลทรัพย์สมบัติ เลี้ยงลูกเลี้ยงเต้าทำกับข้าวหุงหาอาหารอย่าแย่งหน้าที่กัน
นอกจากการช่วยเหลือกันเป็นครั้งเป็นคราวที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าผัวมีความสามารถเลี้ยงครอบครัวได้ไม่ง่อยเปลี้ยเสียขา
ความพอเพียงก็ควรจบลงตรงนี้ อย่าคิดโลภมากอีกเลย...เพราะหน้าที่ของแม่ที่จะต้องเลี้ยงลูกนั้นสำคัญกว่า...ไม่มีใคร
เลี้ยงลูกได้ดีกว่าแม่ อันส่งผลไปถึงหลานเหลนวงสกุล อัลลอฮุสั่งแม่ให้นมลูกสองปี เพื่อสร้างสายสำพันธ์มัดใจแม่ลูกให้
ผูกพันแน่นหนา

ในขณะที่ให้นมลูกนั้นมันมีความสุขด้วยกันทั้งแม่และลูก...ลูกก็หายหิวอิ่มอกอิ่มใจ แม่ก็หาบอึดอัดคัดเต้านม...สร้างสำพันธ์
ขึ้นในใจของแม่และลูกจวบฟ้าดินสลาย ดังสักวาบทหนึ่งความว่า “สักวา..ขอเทิดทูลบุญคุณแม่เกิดรักแท้เริ่มในหัวใจฉัน...
ดื่มน้ำนมจากอกแม่แลตากัน...และแม่นั้นรักเราเท่าชีวา...ยุงริ้นไรไม่ให้ตอมถนอมนัก...ยิ่งประจักษ์เมื่อเจ็บป่วยช่วยรักษา..
ยามกินนอนสอนสั่งดั่งแก้วตา...โอ้มารดาสวรรค์เราแทบเท้าเอย”

จะเรียกได้ว่าในอ้อมกอดของมารดรนั้นคุ้มครองโลก งานของแม่จึงเป็นงานสร้างทรัพยากรบุคคลให้แก่โลก ฉะนั้น
แม่จงรับหน้าที่ตรงนี้เถอะ...อย่าทอดทิ้งให้สาวใช้ทำแทนเลยที่ลูกคนกลายเป็นลูกเสือลูกตะเข้ก็เพราะแม่ทั้งหลายห่วงว่า
ฐานะจะต่ำต้อยกว่าเพื่อนบ้านเขา ไม่ห่วงว่าลูกจะว้าเหว่มีปมด้อยน้อยใจ บางคนพ่อก็รวยมีรายได้มากแล้ว แม่ยังอุตส่าห์
ทิ้งลูกไปหางานทำนอกบ้านอีก ถ้าชอบทำงานทำไมไม่หางานฝีมือต่าง ๆมาทำในบ้าน จะได้อยู่ดูแลบ้านให้ลูกได้ชื่นใจ เพียงงานนอกบ้านนั้นมันอิสระไม่มีลูกเต้าคอยรบกวน แน่ละการทำงานนอกบ้านนั้นย่อมมีทั้งเพื่อนชายและเพื่อนหญิง...
มันสนุกและท้าทาย ซึ่งจะต้องระวังจริยธรรมอิสลามอีกมากมายที่จะต้องรักนวลสงวนตัว...ไม่สังเกตดูลูกของเราบ้างหรือ เมื่อแม่จะจากไปแต่ละครั้งเขาทุกข์ระทมขนาดไหน

หน้าต่อไป